ไม่พบผลการค้นหา
'นิกร โสมกลาง' รมว.พม. มอบนโยบายคุ้มครองเด็กในพื้นที่ห่างไกล ยกระดับสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ พร้อมหนุน MOU พม. - ตชด. ร่วมพัฒนาระบบคุ้มครองนักเรียน รร.ตชด

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบนโยบายด้านการคุ้มครองเด็ก เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตเด็กในพื้นที่ห่างไกลและสถานรองรับทั่วประเทศตามมาตรฐานสากล ในการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวด้านการคุ้มครองเด็ก ณ ห้องประชุมประชาบดี ชั้น 19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

โอกาสนี้ มีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เรื่อง “การพัฒนาระบบคุ้มครองนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โดยมี นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน และ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมลงนาม

นายนิกร กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” จึงบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน และ ตชด. ด้วยการลงนาม MOU เรื่อง “การพัฒนาระบบคุ้มครองนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนในโรงเรียนและศูนย์การเรียน ตชด. กว่า 222 แห่งทั่วประเทศ (โรงเรียน ตชด. 176 แห่ง และศูนย์การเรียน 46 แห่ง) ซึ่งดูแลเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลมากกว่า 25,000 คน และมีบุคลากรทางการศึกษามากกว่า 2,400 คน

นายนิกร กล่าวว่า การมอบนโยบายด้านการคุ้มครองเด็กในวันนี้ ตนได้เน้นย้ำแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการคุ้มครองเด็ก 4 ประการสำคัญ แก่ผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้ปฏิบัติงานด้านเด็ก ได้แก่

1. ทบทวนมาตรฐานการจัดสวัสดิการบ้านพักเด็กและครอบครัว มาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และนักสังคมสงเคราะห์ที่ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็ก และการปฏิบัติงานตามนโยบายปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก 

2. ซักซ้อมการดำเนินกระบวนงานของหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวทุกจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานและพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 อย่างเคร่งครัด 

3. พัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฯ และนักสังคมสงเคราะห์ ให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานและหลักวิชาชีพโดยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก

4. จัดให้มีระบบการกำกับ นิเทศ และการติดตามการดำเนินงานของสถานรองรับเด็กในสังกัดอย่างใกล้ชิด ให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยเฉพาะมิติของการป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความไม่ปลอดภัย ทั้งในสถานรองรับเด็กและในสถานศึกษา

นางอภิญญา กล่าวว่า ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มีหน้าที่รับประกันว่าเด็กทุกคนจะต้องมีชีวิต อยู่รอด ปลอดภัย ได้รับการพัฒนา และมีส่วนร่วมโดยไม่เลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเด็กต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น กรม ดย. จึงตระหนักถึงความจำเป็นในการผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยความร่วมมือกับ ตชด. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญและการดำเนินงานเร่งด่วน (Quick Win) 3 ส่วนหลัก ได้แก่

(1) การลงนาม MOU ร่วมกัน

(2) การประกาศนโยบายคุ้มครองเด็กของ ตชด.

(3) การดำเนินงานโครงการนำร่องโรงเรียนปลอดภัยใน 7 จังหวัด ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา ราชบุรี และกาญจนบุรี

นอกจากนี้ กรม ดย. ยังมุ่งยกระดับมาตรฐานสถานรองรับเด็กในสังกัดทั่วประเทศ รวมจำนวน 108 แห่ง (บ้านพักเด็กและครอบครัว 77 แห่ง และสถานรองรับเด็กประเภทต่าง ๆ 31 แห่ง) และการพัฒนาศักยภาพผู้ปกครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมาย  

พมพม