ไม่พบผลการค้นหา
“ไม่กุ๊ย ไม่กร่าง ไม่โกง รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” คือคำพูดเปิดตัวของ พันธุ์เทพ ฉัตรนะรัชต์ หรือ บอส นักธุรกิจหนุ่ม วัย 43 ปี ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตหลักสี่ กทม. ในนามพรรคไทยภักดี ด้านหมอวรงค์ เชื่อเลือกตั้งซ้อมครั้งนี้ไทยภักดี เกิดแน่

พันธุ์เทพ มีดีกรีเป็นศิษย์เก่ารั้วจุฬาฯ ได้รับปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เขา มีประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปี เคยเป็น CEO ให้กับหลายบริษัท ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรคมนาคม การบริหารระบบสารสนเทศ การออกแบบระบบขนส่งและกระจายสินค้า การวางกลยุทธ์ในการเปิดตลาดในต่างประเทศ การบริหารช่องทางการขายในรูปแบบใหม่

นอกจากนี้ ในส่วนของการทำงานร่วมกับสภา พันธุ์เทพ เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการกรรมมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีสวนร่วมของประชาชน เป็นอนุกรรมาธิการพิจารณาการศึกษาการพัฒนาสื่อด้านการพัฒนาการเมืองสำหรับเด็กและ เยาวชน และเป็นคณะทำงานเพื่อพิจารณาศึกษาการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ สากล ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ

พันธุ์เทพ กล่าวถึงสาเหตุของการตัดสินใจเปิดตัวเป็นผู้สมัครในนามพรรคไทยภักดีว่า เมื่อประสบความสำเร็จในเรื่องการทำธุรกิจแล้ว ก็มีความตั้งใจที่จะอุทิศตนให้กับการทำงานการเมือง ซึ่งพรรคไทยภักดีตอบโจทย์ในฐานะพรรคการเมืองที่อยู่ตรงกลาง มีหัวหน้าพรรคที่ยึดหลักคุณธรรม ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ตนมองที่ศักยภาพของตนเองว่าสามารถนำสิ่งดีๆ ไปทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนชาวหลักสี่ และจตุจักรดีขึ้นได้แน่นอน 

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เชื่อว่า วันนี้ประชาชนเบื่อนักการเมือง เบื่อพรรคการเมือง เพราะการที่สภาล่มแล้วล่มอีก บ่งบอกว่าทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านไม่ได้ทำหน้าที่ ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ สิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.เขตหลักสี่ กทม. พรรคพลังประชารัฐ พ้นสภาพเพราะได้กระทำการทุจริต ประพฤติมิชอบ พรรคไทยภักดีจึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี ในการส่งคนที่จะเป็นโซ่ข้อกลางเข้าสู่สภาในอนาคต 

ทั้งนี้ การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.คนเดียว ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานภาพของรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่การเลือกตั้ง ส.ส. คนเดียวของไทยภักดีสำคัญ เพราะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันว่า ส.ส.พรรคไทยภักดีที่จะได้เข้าไปนั่งในสภาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศ แต่ต่อต้านและจะทำการตรวจสอบรัฐมนตรีที่ทุจริต และได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนมีความมั่นใจว่าพรรคไทยภักดีจะชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ และเป็นต้นแบบที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้