ไม่พบผลการค้นหา
รมว.นิกร แจงสภาฯ ไทยได้เข้าสู่ 'สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์' พม. จึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Aging in Place ยอมรับสถานดูแลผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอ เดินหน้าก่อสร้างบ้านบางแค เพิ่มผู้บริบาลผู้สูงอายุทั่วประเทศ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับสถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” และคาดว่าในอีก 7 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะก้าวสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” อย่างเต็มรูปแบบ

จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ประกอบกับแรงงานวัยทำงานจำนวนมากต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อประกอบอาชีพ ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยต้องอาศัยอยู่ตามลำพัง ขาดผู้ดูแล และเผชิญความเปราะบางในการดำรงชีวิต

รัฐบาลและกระทรวง พม. จึงให้ความสำคัญกับแนวคิด “Aging in Place” หรือ “การสูงวัยในถิ่นที่อยู่” เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านและชุมชนเดิมได้อย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และปลอดภัย โดยร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานในท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพและระบบดูแลผู้สูงอายุให้ครอบคลุมในทุกมิติ

กระทรวง พม. ได้ดำเนินมาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง การส่งเสริมโรงเรียนผู้สูงอายุ และการสร้างชุมชนที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีคุณค่าในสังคม

ในส่วนของการดูแลผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ไร้ที่พึ่ง ยากจน หรือขาดผู้ดูแล เดิมกระทรวง พม. มีสถานสงเคราะห์คนชรา จำนวน 25 แห่ง และภายหลังการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ได้มีการถ่ายโอนสถานสงเคราะห์จำนวน 13 แห่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแล เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การเคหะแห่งชาติ และกรมกิจการผู้สูงอายุ พัฒนาโครงการสำคัญเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยในปีงบประมาณ 2569 กรมกิจการผู้สูงอายุได้รับงบประมาณก่อสร้าง “โครงการอาคารสุขสันติ์” อาคารพักผู้สูงอายุแบบครบวงจร 7 ชั้น ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค เพื่อทดแทนอาคารเดิมที่ใช้งานมานานกว่า 70 ปี ให้เป็นอาคารที่ทันสมัย มีนวัตกรรมและระบบดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 และสามารถรองรับผู้สูงอายุที่รอเข้ารับการดูแลได้ตั้งแต่ปี 2572 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กรมกิจการผู้สูงอายุ ยังมีโครงการสำคัญเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ครอบคลุมทั้งมิติสังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และเทคโนโลยี ได้แก่

1. โครงการบริบาลและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อดูแลและคุ้มครองผู้สูงอายุในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด

2. การขยายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระหว่างวันและระหว่างวัยในชุมชน (Day Care) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและลดภาระของครอบครัวผู้ดูแล

3. การบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายในท้องถิ่น เพื่อยกระดับศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้สูงอายุในชุมชน

ผมเชื่อว่าการดูแลผู้สูงอายุเป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง และกระทรวง พม. พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายอย่างเต็มกำลังและสุดความสามารถ เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าถึงการดูแลอย่างทั่วถึง และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุข