ไม่พบผลการค้นหา
กระทรวงศึกษาฯ เดินหน้า ‘กองทุนพัฒนาอาชีวะ’ ปลุกกองทุนที่หลับใหล สู่กลไกสร้าง 'อาชีวะศักยภาพสูง'

หลังถูกจัดตั้งมานานหลายปีแต่แทบไม่มีความเคลื่อนไหว ‘กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ’ กำลังจะถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้คงสถานะกองทุนไว้และเดินหน้าดำเนินงานต่อ พร้อมตั้งเงื่อนไขให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการสร้างกำลังคนสายอาชีพยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้จริง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาฯ เดินหน้าดำเนินงานต่อ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ

จุดที่น่าสนใจคือกองทุนนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นกองทุนที่จัดตั้งมานานแล้ว ทว่าที่ผ่านมากลับไม่มีความเคลื่อนไหวเท่าที่ควร นายประเสริฐจึงได้หารือร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และเห็นควรให้ “คงสถานะกองทุนเดิมไว้” โดยไม่จัดตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมาซ้ำซ้อน แล้วเสนอให้ ครม. พิจารณา ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบ

อย่างไรก็ตาม การเห็นชอบครั้งนี้มาพร้อมเงื่อนไขสำคัญ คือ ภายใน 6 เดือน กองทุนจะต้องมีผลการดำเนินงานที่จับต้องได้ ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในสภาพนิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมาได้อีก เท่ากับว่า ครม. ให้โอกาสกองทุนนี้พิสูจน์ตัวเองภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน

ภารกิจหลัก: ทุนตั้งต้น บวกทักษะแห่งอนาคต

นายประเสริฐระบุว่า กองทุนดังกล่าวยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างและพัฒนาบุคลากรสายอาชีพ และถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบการ และองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อร่วมกันสร้าง ‘อาชีวะยุคใหม่’ ที่มีศักยภาพสูง

ภารกิจของกองทุนวางอยู่บนสองขาหลัก ขาแรกคือการสนับสนุนทุนตั้งต้นให้นักเรียน-นักศึกษาอาชีวะที่มีความฝัน เพื่อนำไปต่อยอดประกอบอาชีพอิสระหรือเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ขาที่สองคือการยกระดับทักษะแห่งอนาคต ทั้งการเพิ่มทักษะใหม่ หรือ Up-skill และการปรับทักษะเดิม หรือ Re-skill ให้ทันสมัย สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างแท้จริง

โดยการดำเนินงานจะเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคผู้ประกอบการ สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพและเปิดทางให้นักศึกษาเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการประกอบอาชีพได้จริง

ลดเหลื่อมล้ำ สร้าง 'ฟันเฟือง' เศรษฐกิจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการย้ำว่า การขับเคลื่อนกองทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำและมอบโอกาสทางการศึกษา แต่ยังเป็นการสร้างกำลังคนคุณภาพที่จะเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

มุมมองนี้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศที่ให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรสมรรถนะสูง โดยเฉพาะสายอาชีวะซึ่งเป็นกลไกป้อนแรงงานทักษะเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมโดยตรง การมีแหล่งทุนที่ทำงานได้จริงจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนอาชีวะก้าวจากห้องเรียนไปสู่การมีอาชีพและรายได้ของตนเอง

กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เป็นกลไกที่มีฐานทางกฎหมายมายาวนานภายใต้กรอบการจัดการอาชีวศึกษาของประเทศ แต่ปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ที่ ‘การมีอยู่’ ของกองทุน หากอยู่ที่ ‘การไม่ได้ถูกใช้งาน’ ให้เกิดประโยชน์ตามเจตนารมณ์

ทั้งนี้ ในการประชุม ครม. วันเดียวกัน ยังมีประเด็นด้านการศึกษาอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการติดตามควบคู่กันไป โดยเฉพาะกรณีการปรับหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กระทบต่อสิทธิของนักศึกษา ซึ่งกระทรวงเลือกชะลอการดำเนินการและเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ เพื่อไม่ให้ผู้เรียนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา สะท้อนว่าโจทย์เรื่องโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษายังเป็นวาระที่เดินไปพร้อมกับการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ