นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พลตำรวจเอก ประสิทธิ์ ทำดี และนายนวนิตย์ พลเคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาผู้แทนราษฎร ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) โดยที่ประชุมมีมติยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และกรรมาธิการของรัฐสภาหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2568 ซึ่งเป็นระเบียบที่ปรับเพิ่มค่าตอบแทนผู้ช่วย ผู้ชำนาญการ และผู้เชี่ยวชาญของ สส. และ สว. ที่มีการลงนามอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้
นายโสภณ กล่าวว่าในช่วงที่มีการอนุมัติระเบียบดังกล่าว ประเทศยังไม่ได้เผชิญภาวะเศรษฐกิจในระดับปัจจุบัน แต่เมื่อเข้ามารับตำแหน่งประธานรัฐสภา เห็นว่าการปรับเพิ่มค่าตอบแทนในสถานการณ์เช่นนี้อาจไม่เหมาะสม จึงนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ร. และมีมติให้ยกเลิกระเบียบดังกล่าว พร้อมกลับไปใช้อัตราค่าตอบแทนเดิม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาศึกษาความเหมาะสมเกี่ยวกับจำนวนผู้ช่วย ผู้ดำเนินการประจำตัว สส. สว. รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยหลีกเลี่ยงการแต่งตั้งผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องโดยตรงเข้าเป็นกรรมการ เพื่อให้การศึกษาเป็นไปอย่างโปร่งใสและได้รับการยอมรับจากสังคม โดยคณะกรรมการดังกล่าวมี พลตำรวจเอก ประสิทธิ์ ทำดี กรรมการ ก.ร. ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานกรรมการ พร้อมผู้แทนจากฝ่าย สส. และ สว. ฝ่ายละ 1 คน รวมถึงผู้แทนจากสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ โดยมีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นเลขานุการ และเลขาธิการวุฒิสภาเป็นรองเลขานุการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการอิสระจะใช้เวลาศึกษาภายในกรอบ 90 วัน เพื่อพิจารณาทั้งจำนวนผู้ช่วยที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ อัตราค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยจะศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบจากประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้
นายโสภณ ยืนยันว่า ระหว่างที่คณะกรรมการอยู่ระหว่างศึกษา การแต่งตั้งผู้ช่วย ผู้ดำเนินการของ สส. สว. และกรรมาธิการ ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ พร้อมกำชับให้การศึกษาทุกด้านเป็นไปอย่างรอบคอบ มีข้อมูลอ้างอิงชัดเจน และไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงข้อเสนอการทบทวนกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือกรณีบำนาญ สส. สว. ว่า เป็นอีกประเด็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาแยกต่างหาก เนื่องจากเป็นคนละอำนาจหน้าที่ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในระยะต่อไป
ที่มา : วิทยุรัฐสภา