ไม่พบผลการค้นหา
'ขัตติยา สวัสดิผล' สส.บัญชีรายชื่อ และ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดภาพ 'สว.-สส.พรรครัฐบาล' หายจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ แก้รัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถลงมติได้ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ เหลือแค่ 20 คน

วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2568) 'ขัตติยา สวัสดิผล' สส.บัญชีรายชื่อ และ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ว่า

แก้รธน.จะคืบหน้ากี่โมง?????? เมื่อถึงเวลาต้องลงมติเพื่อให้การพิจารณาเดินหน้า แต่สว.เดินออกไปนั่งหน้าห้องประชุมบ้าง ไม่มาประชุมบ้าง ส่วน สส.พรรครัฐบาลแทบไม่เข้าเลย (เว้นอ่างทองไว้ 2 คน เข้าใจว่าพื้นที่น้ำท่วม) ทำให้องค์ประชุมไม่ครบเหลือแค่ 20 คน ลงมติไม่ได้

สามัญสำนึกในการทำหน้าที่กรรมาธิการอยู่ตรงไหน????

จบ!!! กลับบ้าน

แก้ รธน1.png

ทั้งนี้ 'ขัตติยา สวัสดิผล' สส.บัญชีรายชื่อ และ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุอีกว่า 'ข่มขู่ เตะถ่วง = มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ'

ช่วงนี้แม้บรรยากาศการเมืองจะเต็มไปด้วยแรงกดดันและการข่มขู่จากฝ่ายรัฐบาล ที่พยายามทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องสะดุดหรือ “กลายเป็นหมัน” แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญของเรายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ประชุมกันสัปดาห์ละ 3 วันเต็ม เพื่อพิจารณาเนื้อหาทีละมาตราอย่างละเอียด

ขณะนี้เราอยู่ในช่วงสำคัญของการพิจารณากลไกของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่าควรให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ควบคู่ไปกับกมธ.ยกร่างฯ หรือไม่ และหากมี ที่มาของสมาชิกจะเป็นอย่างไรจึงจะสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ควบคู่กับการออกแบบอำนาจหน้าที่ และกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

แต่ในขณะที่เรากำลังพยายามผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของประชาชนกันอยู่อย่างจริงใจ เดียร์ก็มีคำถามเกิดขึ้นในหัวว่า แล้วฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภาส่วนใหญ่มีความจริงใจด้วยหรือไม่ เพราะฝ่ายบริหารเอาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน โดยข่มขู่ว่าจะยุบสภาเพื่อสกัดกระบวนการหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ในคณะกรรมาธิการฯ เอง สส.ฝั่งรัฐบาลและ สว.ส่วนใหญ่ ก็เล่มเกมด้วยการ “ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม” ให้ครบ

ในการประชุมล่าสุด หลังจากการถกเถียงในประเด็นสำคัญเสร็จสิ้น และเมื่อจะลงมติ กลับเหลือกรรมาธิการเพียง 20 คนในห้องประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็น สส.ฝ่ายค้าน และ สว. อีกเพียง 2 ท่านเท่านั้น ที่เหลือไม่มาร่วมประชุม หรือบางคนเข้าร่วมแต่เดินออกจากห้องก่อนลงมติ ทั้งที่เราต้องการเพียง 22 คน เพื่อให้สามารถลงมติในเรื่องสำคัญได้

เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย และวุฒิสภาส่วนใหญ่ ไม่มีความตั้งใจจริงที่จะให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าหรือไม่ โดยเลือกใช้เกมการเมืองถ่วงเวลา ทำให้ความหวังของประชาชนต่อรัฐธรรมนูญใหม่ต้องอยู่บนความไม่แน่นอน ว่าจะเดินถึงปลายทางหรือไม่