จากเหตุการณ์รถไฟสินค้าพุ่งเข้าชนรถเมล์สาย 206 ที่จอดคร่อมรางรถไฟเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกท่วม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที
หลังเกิดเหตุ โซเชียลมีเดียถกเถียงกันว่า “ประเทศเจริญแล้วเขาไม่มีรถไฟวิ่งกลางเมือง” แต่ประวัติศาสตร์การคมนาคมทั่วโลกบอกว่า ระบบรางมาก่อนการตัดถนน ประเด็นที่แท้จริงอาจไม่ใช่มีหรือไม่มีราง แต่คือเมื่อรางกับถนนมาบรรจบกัน แต่ละประเทศนั้นจะมีระบบการจัดการอย่างไร
รถไฟสองประเภท ปัญหาคนละชุด
รถที่วิ่งบนรางมีสองแบบที่ต้องแยกให้ขาด รถไฟเบา อย่างเช่นรถรางและรถไฟชานเมืองขนาดเล็ก ถูกออกแบบมาให้วิ่งร่วมกับรถยนต์บนถนนได้ตั้งแต่ต้น และเมืองใหญ่ทั่วโลกยังใช้ระบบนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน
รถไฟหนัก อย่างรถไฟทางไกลและรถไฟสินค้าน้ำหนักหลายร้อยตัน ที่มีระยะเบรกยาวกว่า 1 กิโลเมตร ไม่ควรตัดกับถนนในระดับเดียวกันเลย เว้นแต่จะมีระบบป้องกันที่แข็งแกร่งพอ แต่หากไม่ให้รถไฟทางไกลเข้าเมืองเลย รัฐต้องแน่ใจว่ามีระบบส่งขนมวลชนรองรับ เพื่อให้คนต่างจังหวัดและคนที่ไม่ได้มีรายได้สูงเดินทางเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องจ่ายแพง
และยังมีคำถามที่ว่าทำไมรถไฟถึงต้องไปก่อนเสมอ คำตอบไม่ใช่เรื่องของสิทธิ์ แต่เป็นเรื่องของฟิสิกส์ คนขับรถไฟที่เก่งที่สุดในโลกก็หยุดรถได้ไม่ทันทีเมื่อเห็นสิ่งกีดขวาง ทำได้แค่กดเบรกเต็มที่แล้วรอ และกฎหมายที่ดีต้องออกแบบจากความจริงข้อนี้
เวียนนา รถไฟไปก่อนเสมอคนขวางโดนปรับโหด
บนถนนเวียนนา กฎหมายจราจรกลาง (StVO) กำหนดลำดับชั้นไว้ชัดเจน รถรางมีสิทธิ์ไปก่อนเสมอ เพราะหักเลี้ยวหนีไม่ได้และหยุดไม่ทันในระยะที่คนประเมินด้วยตาเปล่า และมีบทลงโทษเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี 2026 รถที่จอดขวางรถสาธารณะโดนปรับ 467 ยูโรทันที ผลคือจำนวนครั้งที่รถจอดขวางลดลงจาก 3,600 ครั้งในปี 2010 เหลือ 1,528 ครั้งในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ออสเตรียยังลดจุดตัดรางหนักกับถนนจาก 6,200 จุดในปี 2000 เหลือ 3,300 จุดในปัจจุบัน ด้วยงบ 25 ล้านยูโรต่อปีที่รัฐบาลกลาง การรถไฟ และเทศบาลร่วมกันจ่าย ทุกจุดที่ยังเหลืออยู่ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด หากระบบขัดข้อง รถไฟจะหยุดอัตโนมัติ ไม่รอให้มนุษย์ตัดสินใจ
เนเธอร์แลนด์ ตั้งเป้าลดจุดตัดให้เหลือศูนย์
ProRail หรือผู้จัดการโครงสร้างรางของเนเธอร์แลนด์ประกาศชัดว่า จุดตัดที่ไม่มีระบบป้องกัน “ไม่ควรมีในยุคนี้อีกต่อไป” และตั้งเป้าลดให้เหลือศูนย์ โดยในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา เนเธอแลนด์ปิดหรือยกระดับไปแล้วกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ของ 180 จุดที่อันตรายที่สุด จุดที่ปิดไม่ได้เพราะเป็นทางเข้าบ้านหรือที่ดินของชาวบ้าน ก็ต้องเจรจาหาทางออกร่วมกัน ไม่มีข้อยกเว้นด้านความปลอดภัย
เมลเบิร์น ใช้ข้อมูลแก้ปัญหา ไม่รอให้มีคนตาย
โครงการนี้เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุในอดีตอย่างเป็นระบบ จุดตัดที่ถนน Main Road และ Furlong Road มีผู้เสียชีวิต 5 คน และมีเหตุการณ์เฉียดฉิวกว่า 80 ครั้งในทศวรรษ ก่อนถูกรื้อถอนปี 2016 ข้อมูลเหล่านี้คือเหตุผลที่รัฐบาลผ่านงบประมาณได้ ปัจจุบันเมลเบิร์นรื้อจุดตัดไปแล้ว 87 จาก 110 จุดที่วางแผนไว้ภายในปี 2030 และผลที่วัดได้คือป้องกันอุบัติเหตุและเหตุการณ์เฉียดฉิวได้ 117 ครั้งต่อปี สายรถไฟ 4 สายในเมลเบิร์นตอนนี้ไม่มีจุดตัดระดับเดียวกับถนนเหลืออยู่เลย
ญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา
ญี่ปุ่นลดจำนวนจุดตัดลง 50 เปอร์เซ็นต์ ในรอบ 50 ปี ด้วยการยกระดับทางรถไฟขึ้นบนหรือมุดลงใต้ดิน แต่สำหรับจุดที่ยังต้องมีอยู่ก็ใช้ระบบเรดาร์เลเซอร์ 3 มิติ ติดตั้งเพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะฝนตกหนักหรือกลางคืนที่มืดสนิท หากตรวจพบสัญญาณจะส่งถึงคนขับรถไฟทันที ทั้งนี้มีการติดตั้งไปแล้วกว่า 2,100 จุดทั่วญี่ปุ่น หากไทยมีระบบนี้ที่มักกะสัน รถไฟจะรู้ว่ามีรถค้างบนรางก่อนจะถึงจุดเกิดเหตุ
ไอร์แลนด์ ปรับคนฝ่าจุดตัดจริง ไม่มีข้อยกเว้น
การรถไฟไอร์แลนด์ปิดจุดตัดไปแล้ว 134 จุดในรอบ 11 ปี และกำลังติดตั้งกล้องตรวจจับอัตโนมัติที่เชื่อมกับระบบปรับของตำรวจ ใครฝ่าไฟแดงที่จุดตัดโดนปรับ 80 ยูโรและหักคะแนน 3 แต้มทันที ผลปรากฏว่าในพื้นที่ที่ติดตั้งกล้องแล้ว อัตราการปฏิบัติตามกฎสูงถึง 98.6 เปอร์เซ็นต์
วกหลับมาที่ไทย เรามีจุดตัดรางกับถนน 2,630 จุด มีเพียง 1,409 จุดที่มีไม้กั้น และที่น่าตกใจกว่าคือ 620 จุด เป็นทางลักผ่านที่ชาวบ้านเปิดกันเองโดยไม่ได้รับอนุญาต งานวิจัยที่วิเคราะห์อุบัติเหตุรถไฟไทยกว่า 70,000 กรณีในรอบ 15 ปี พบว่าอุบัติเหตุกระจุกตัวอยู่ที่จุดตัดเหล่านี้แทบทั้งนั้น และพุ่งสูงขึ้นในช่วงเย็นและฤดูฝน
ระหว่างที่รอให้ระบบดีขึ้น มีสิ่งที่ผู้ใช้ถนนทุกคนต้องรู้คือ เมื่อติดไฟแดงแล้วแถวรถยาว อย่าขยับหากพ้นรางไม่ได้จริงๆ เมื่อไม้กั้นเริ่มลงให้หยุดทันทีไม่มีข้อยกเว้น หากรถดับหรือติดค้างบนรางให้ออกจากรถทันที แล้วโทรแจ้ง รฟท. 1690
ทุกประเทศที่ทำได้สำเร็จมีสิ่งหนึ่งร่วมกัน คือไม่รอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ใช้ข้อมูลจากอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นมาจัดลำดับความเสี่ยง ตั้งเป้าเป็นตัวเลขที่ชัดเจน และรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะทุกปี
บทเรียนที่แท้จริงจากมักกะสันวัดกันที่ปีหน้า ว่าจะมีสะพานหรืออุโมงค์เพิ่มขึ้นกี่จุด และทางลักผ่านผิดกฎหมาย 620 จุดจะหมดไปภายในกี่ปี หากไม่มีคำตอบสำหรับสองข้อนี้ ชีวิตคนไทยก็ไร้ค่าเกิน
.
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://nltimes.nl/2024/04/29/85-ungaurded-rail-crossings-netherlands-closed-secured
https://bigbuild.vic.gov.au/news/level-crossing-removal-project/making-rail-and-road-journeys-safer
https://www.ihi.co.jp/3DLaserRadar/en/products/01.html
https://dublingazette.com/dublinlocalmatters/news/garda-gosafe-camera/
https://www.globalrailwayreview.com/
https://www.wienerlinien.at/web/wl-en/news/new-fare-structure-from-1-january-2026