เอนกชัย เรืองรัตนากร ผู้อำนวยการด้านแคมเปญและเครือข่ายสัมพันธ์ พรรคเพื่อไทย โพสต์แสดงความยินดีกับ Gawdland 'แดร็กไทย' ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลก ได้สำเร็จ โดยระบุว่า
ขอแสดงความยินดีกับ Gawdland ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลชนะเลิศจาก RuPaul’s Drag Race UK vs. The World Season 3 มาครองได้สำเร็จ หลังจากที่เคยแสดงความสามารถอันโดดเด่นใน Drag Race Thailand Season 3 มาก่อน
ส่วนตัวฟิล์มเองเคยได้รับเกียรติเป็นผู้มอบรางวัล Pride Value of Youth จากเวที Bangkok Pride บางกอก ไพรด์ ให้กับ Gawdland และยังมีโอกาสได้ร่วมงานกัน สิ่งที่สัมผัสได้คือความเป็นมืออาชีพที่สูงมาก สามารถทำความเข้าใจบรีฟและบทได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการแสดงหน้ากล้องที่ยอดเยี่ยมจนผ่านได้ในเทคเดียวครับ
ชัยชนะของ Gawdland ในครั้งนี้ เปรียบเสมือนสปอตไลต์ที่ส่องให้เห็นศักยภาพของวงการแดร็กไทยอย่างชัดเจน ทั้งทักษะการออกแบบเสื้อผ้า การแต่งหน้า และการแสดงบนเวทีที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ หลายต่อหลายครั้งศิลปินแดร็กได้ผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยลงไปได้อย่างกลมกล่อม สิ่งเหล่านี้คืออีกหนึ่ง Soft Power ที่ทรงพลัง และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีรุ้ง (Rainbow Economy) ของไทย (รายละเอียดเรื่องนี้ ฟิล์มจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกในโอกาสต่อไปครับ)
พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์เป็นอันดับต้นๆ ดังจะเห็นได้จากนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS) ที่นายกฯแพทองธารผลักดัน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน ไปจนถึงระดับชาติ ผ่านการบ่มเพาะทักษะอาชีพในทุกแขนง ภายใต้การดูแลของ THACCA (Thailand Creative Content Agency) THACCA-Thailand Creative Culture Agency บนพื้นฐานของความเท่าเทียมทางโอกาส ไม่ว่าจะฐานะไหน หรือเพศสภาพใด
ปัจจุบัน พรรคเพื่อไทยกำลังสานต่อนโยบายนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยการเสนอร่าง พ.ร.บ. THACCA เข้ารัฐสภา เพื่อปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยทั้งระบบครับ
แม้ศิลปินแดร็กไทยจะมีต้นทุนความสามารถที่สูงมากอยู่แล้ว แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมนี้ยังต้องเผชิญกับ "ข้อจำกัด" อีกหลายด้าน ทั้งในแง่ของพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ หรือการเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐที่ยังไม่เปิดกว้างเท่าที่ควร
การผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride นั้น ไม่ได้เป็นเพียงการจัดอีเวนต์ใหญ่สำหรับกลุ่มความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง นี่คือ "โอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ" ที่ทุกคนจะได้ประโยชน์ร่วมกัน เม็ดเงินมหาศาลจะกระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก ธุรกิจการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ไปจนถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในทุกมิติ
และแน่นอนครับว่า "ศิลปินแดร็ก" คือหนึ่งในตัวแทนและฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก การที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปลดล็อกข้อจำกัด และสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างเป็นระบบ จึงไม่ใช่แค่การสนับสนุนศิลปินเฉพาะกลุ่ม แต่คือการลงทุนเพื่อยกระดับประเทศ ให้ไทยพร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลกและต้อนรับผู้คนอย่างเต็มศักยภาพครับ