วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking” พร้อมมอบรางวัลแก่บุคคลและหน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมีนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ , องค์กรภาคประชาสังคม , องค์กรศาสนา , องค์การระหว่างประเทศ , สถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ประจำประเทศไทย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ นายนิกร กล่าวว่า การค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความซับซ้อนและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการแสวงหาประโยชน์ อีกทั้งส่งเสริมความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน
รมว.นิกร กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย หรือ “Thailand TIP ZERO 2030” พร้อมรณรงค์เผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและภาคีเครือข่าย เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างการยอมรับในเวทีระดับสากล
นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การนำเสนอวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย , การประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย , พิธีมอบรางวัลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้แก่ บุคคลดีเด่น หน่วยงานดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จังหวัดต้นแบบขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และสถานศึกษาต้นแบบป้องกันการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 , บูธนิทรรศการแสดงกิจกรรมและผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ , บูธหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการดำเนินคดี การป้องกัน และการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย และบูธองค์กรภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศ
รมว.นิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์นั้นประเทศไทยได้ขับเคลื่อนงานอย่างบูรณาการในทุกมิติ ตั้งแต่
ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งปราบปรามเครือข่ายการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและออนไลน์ พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามหลักนิติธรรม
ด้านการคุ้มครองผู้เสียหาย ด้วยการยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน อีกทั้ง เชื่อมโยงการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมุ่งเน้นผลลัพธ์ในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและป้องกันการตกเป็นผู้เสียหายซ้ำ
ด้านการป้องกัน ด้วยการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อลดความเปราะบางของกลุ่มเสี่ยง ผ่านกลไกด้านแรงงาน สวัสดิการสังคม การศึกษา อีกทั้งการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชน และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัว และทุกคนมีบทบาทในการป้องกัน
ด้านความร่วมมือ ด้วยการขับเคลื่อนการทำงานแบบ “Whole-of-Government” และ “Whole-of-Society” เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
'โอกาสนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพราะเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งโดยลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังของพวกเราทุกคน เพื่อไม่ให้มีใครต้องเผชิญกับความอยุติธรรมจากปัญหาการค้ามนุษย์เพียงลำพังอีกต่อไป' รมว.นิกร กล่าว