สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งด่วนทุกพื้นที่ ‘เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง ขุดราก ถอนโคน’ อาชญากรรมข้ามชาติ ต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อมิให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำผิดกฎหมาย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. จึงได้สั่งการให้ปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และอาชญากรรมข้ามชาติ
โดยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สืบ ตม.1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ, พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.ฯ, ว่าที่ พ.ต.ท.เจตน์ ยุทธโยธิน, ว่าที่ พ.ต.ต.ฆฤณ ลักษณสมพงศ์ สว.ฯ ร่วมกันสืบสวนควบคุมตัว ‘เฮียเฟิง’ สัญชาติจีน อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นอาชญากรที่รัฐบาลจีนต้องการตัวสูงสุด
ทั้งนี้ นายเฟิง เป็นนายทุนใหญ่แห่งภูมิภาคตะวันตกของจีน มหาเศรษฐีติดอันดับมีทรัพย์สินหลายหมื่นล้านบาท แต่ถูกออกหมายจับเนื่องจากประกอบธุรกิจผิดข้อหา “ปลอมแปลงตราประทับของบริษัท” และความผิดอื่นอีกมาก มูลค่าความเสียหายรวมมหาศาลจนกระทั่งถูกออกหมายจับสากล (RedNotice)
พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 จึงสั่งเพิกถอนวีซ่าทันที และสั่งให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ทําการสืบสวนจนทราบว่า ‘นายเฟิง’ ได้ฉวยโอกาสที่เป็นผู้สูงอายุแฝงตัวเข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) แฝงตัวเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย จนย่ามใจว่าจะอยู่รอดปลอดภัย สุดท้ายหนีไม่พ้น กองสืบ ตม.1 จึงดำเนินการเข้าควบคุมตัวได้ในย่านพระราม 9 พร้อมนําส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนต่อไป ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจับกุม นายเฟิงถึงกับเข่าอ่อน ความดันขึ้น ขอฉีดยาเบาหวาน และทานยารักษาโรคหัวใจ
พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ได้เน้นย้ำว่า บุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะมีการดำเนินการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีลักษณะเป็นภัยต่อสังคม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะทำการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน ตามวิสัยทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ดังนั้นจึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ