วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต สส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีความพยายามที่จะปรับแนวนโยบายโครงการโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และมีแนวคิดแนวคิดเปลี่ยนรูปแบบโครงการบัตรทอง โดยอ้างระบบบัตรทองกำลังเผชิญความท้าทายหลายประการ ที่หากไม่ริเริ่มแก้ไขตั้งแต่วันนี้ จะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อทั้งผู้ให้บริการ เช่น โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และกระทบต่อผู้รับบริการ
นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การให้ความเห็นดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นบนความไม่รู้จริง ทั้งๆที่โครงการบัตรทองเป็นโครงการที่จะคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับคนไทยทุกคนได้เข้าถึงการบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม อย่ากังวลว่าจะเกิดปัญหาในเรื่องงบประมาณ เพราะทุกรัฐบาลพร้อมนำงบประมาณจากส่วนกลางไปสนับสนุน ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยใช้บประมาณจากส่วนกลางของรัฐบาลไปสนับสนุนโครงการ 30 บาทไม่ต่ำกว่า 7,500 ล้านบาทต่อปี
“พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการกระทำใดๆ ที่จะทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนลดลง หรือทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยระดมสมองและผลักดันนโยบายเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุกนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงสามารถนำมาเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อช่วยยกระดับชีวิตประชาชนในทุกภาคส่วน รวมทั้งช่วยให้ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายสงคราม กล่าว