วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายชุมสาย ศรียาภัย อดีตรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล มาเฟีย ที่เรียกเก็บค่าคุ้มครอง กรรโชกทรัพย์ อั้งยี่ ซ่องโจร ในพื้นที่หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยมี นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง
การยื่นหนังสือดังกล่าวอ้างอิงจากหนังสือร้องเรียนของ นายปิยะ อิสระมาลัย กรรมการบริษัท บางกอก เรสซิเด้นซ์ ป่าตอง จำกัด ทำถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แก้ไขปัญหามาเฟีย ผู้มีอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครอง และกระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองฐานกรรโชกทรัพย์ อั้งยี่ และความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 พร้อมแนบสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สถานีตำรวจภูธรป่าตอง เล่มที่ 21/2569 เลขที่ 1 และ 32/2569 เลขที่ 32 ฉบับลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 และวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ตามลำดับ
เนื้อความในหนังสือระบุว่า บริษัท บางกอก เรสซิเด้นซ์ ป่าตอง จำกัด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินทางภาระจำยอม (เฉพาะทางเดินเท้า ยานพาหนะสัญจร และสาธารณูปโภค) เลขที่ 7995, 79997, และ 8001 ในซอยแสนสบาย ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2560
ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2567 ได้มีบุคคลภายนอก เช่น พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการต่างๆ ทำการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างทั้งแบบชั่วคราวและถาวร เทปูนยกระดับเป็นทางเท้า และนำโต๊ะ เก้าอี้ ร้านค้า มาวางรุกล้ำเข้ามาในถนนทางภาระจำยอมดังกล่าวเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ โดยจ่ายค่าคุ้มครองให้กับ นาย ว. กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท ว. จำกัด และบริวารที่มาเรียกเก็บเดือนละหลายล้านบาท และไม่ยอมออกไปหรือทำให้อยู่ในสภาพเดิมเมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ไล่ออกไป โดยนาย ว. ได้อ้างกับพ่อค้าแม่ค้าบางรายว่าถนนทางภาระจำยอมนี้เป็นของตนเองแล้ว สามารถทำมาหากินรุกล้ำได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ เมื่อทางบริษัทแนะนำให้พ่อค้าแม่ค้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการหลายรายต่างกลัวนาย ว. จึงไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี แต่ยังคงกระทำการรุกล้ำที่ดินทางภาระจำยอมอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้บริษัทและพ่อค้าแม่ค้าได้รับความเดือดร้อนเสียหายอย่างมาก
นอกจากนี้ ในหนังสือยังระบุอีกว่า นาย ว. มีความสัมพันธ์ดีและมีการเอื้อประโยชน์แก่กันกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายประเภทและหลายระดับ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครอง และข้าราชการกรมที่ดิน ฯลฯ โดยมีนักธุรกิจสายบันเทิงรายใหญ่ในตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ให้การสนับสนุน จึงเกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้าและปัญหาจะไม่ถูกแก้ไข จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหามาเฟียและผู้มีอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครองดังกล่าวให้หมดไป โดยทางผู้ร้องเรียนยินดีให้ข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
รองโฆษกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกและรัฐบาลตั้งเป้าจะให้หมดไปโดยเฉพาะที่ภูเก็ตที่โดนละเลย ระบบรู้มาตลอดและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอิทธิพลเข้าไปแทรกแซงในพื้นที่จำนวนมากและพร้อมจะรับเรื่องในฐานะที่คนภูเก็ตทราบว่าบริเวณไหนมีกลุ่มที่กลุ่มเรียกเก็บเงินจากพ่อค้าแม่ค้าโดยผิดกฎหมาย หรือลุกลามเข้าไปในพื้นที่ลุกลามตลาดถนนหรือในซอยต่างๆ ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่ผู้มีธิพลจะดำเนินการอย่างจริงจังเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำตามกฏหมายตามที่นายกระบุว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก
ด้าน รองโฆษกฯ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว มีความใกล้เคียงกับพื้นที่หาดบางเทา ที่นายกฯเคยลงพื้นที่ไปติดตามผัญหา ก่อนหน้านี้ เรื่องผู้มีอิทธิพล เป็นประเด็นที่นายกฯและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ตั้งเป้าจะแก้ปัญหาให้จบไป จ.ภูเก็ต เป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกมาโดยตลอด มีอำนาจรัฐและเจ้าหน้าที่เข้าไปแทรกแซง และมีอิทธิพลในพื้นที่จำนวนมาก ในฐานะที่เป็นคนพื้นที่ ทราบว่าบริบทในพื้นที่ว่าบริเวณใด มีกลุ่มใดบ้างที่เข้าไปเรียกเก็บเงินจากพ่อค้าแม่ค้าแบบผิดกฎหมาย
รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภาระจำยอม ต้องเข้าไปดูว่า”นายว.“เข้าไปทำอะไรบ้าง มีสิ่งปลูกสร้างอะไร และจะนำเสนอนายกฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปลงพื้นที่ พร้อมกับกล่าวว่าจะรับเรื่องเหล่านี้ไปดำเนินการอย่างจริงจัง ตามที่นายกฯเคยกล่าวไว้ว่าในรัฐบาลนี้ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องทำตามกฎหมาย และนายกฯต้องการดำเนินการให้สิ้นซาก
เมื่อถามว่าการบุกรุกที่ดินดังกล่าว เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มนอมินีจากต่างชาติหรือไม่ รองโฆษกฯ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีอยู่แล้ว ในพื้นที่แต่ละจังหวัดก็จะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่แล้ว จึงต้องไปรื้อตั้งแต่ราก และคิดว่าในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภูเก็ตน่าจะมีทั้งจีนและรัสเซียเข้ามาเป็นนอมินี