ไม่พบผลการค้นหา
ทนายวิญญัติ เผย อดีตนายกฯทักษิณดีใจได้พักโทษ แต่สงสัยทำไมต้องติดกำไล EM ย้ำคณะกรรมการมีมติ ก็พร้อมยอมรับตามกระบวนการ ไม่กังวลเรื่องกระบวนการปล่อยตัว มีเพียงความตื่นเต้นของครอบครัวและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทนายวิญญัติ เผย อดีตนายกฯทักษิณดีใจได้พักโทษ แต่สงสัยทำไมต้องติดกำไล EM ย้ำคณะกรรมการมีมติ ก็พร้อมยอมรับตามกระบวนการ ตอนนี้ไม่มีความกังวลใด ๆ ในเรื่องของกระบวนการปล่อยตัว มีเพียงแต่ความตื่นเต้นของครอบครัวและฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างนับวันรอถึงวันที่อดีตนายกฯทักษิณได้รับการปล่อยตัว 

วันที่ 30 เมษายน 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษของกระทรวงยุติธรรม ได้มีมติเห็นชอบให้อดีตนายกฯทักษิณเป็นหนึ่งในนักโทษเด็ดขาด 859 ราย ที่ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยมีเงื่อนไขต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัว หรือ กำไล EM 

ทนายวิญญัติระบุว่า ในการปล่อยตัววันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นี้ เป็นส่วนที่ทางเรือนจำกลางคลองเปรมจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะรับทราบหลังจากที่หารือกับผู้บริหารของเรือนจำ เนื่องจากการปล่อยตัวจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติด้วย รวมทั้งการจัดการความเรียบร้อยในการปล่อยตัว อย่างไรก็ตาม ทราบเพียงแค่ว่า จะมีการปล่อยตัวอดีตนายกฯทักษิณเพียงคนเดียวในวันดังกล่าว เพราะนักโทษรายอื่นที่รับการพักโทษมีกำหนดปล่อยที่แตกต่างกัน คาดว่าวันดังกล่าวอดีตนายกฯทักษิณจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการในการพักโทษประมาณ 07.45 น. เป็นต้นไป เพราะต้องมีกระบวนการขั้นตอนหลายอย่างและน่าจะออกจากเรือนจำได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น.

สำหรับประเด็นเรื่องของการติดกำไล EM ทนายวิญญัติได้นำคำพูดของนายทักษิณมาเปิดเผยว่า "อดีตนายกฯทักษิณเองดีใจที่ได้รับการพักโทษ เพราะเป็นเรื่องของสิทธิและประโยชน์ของตัวผู้ต้องขัง โดยเฉพาะเรื่องของหลักเกณฑ์ที่พิจารณาว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการพักโทษ แต่อดีตนายกฯทักษิณก็งงในเรื่องกำไล EM เช่นกัน เพราะงงว่าทำไมต้องใช้กำไล EM กับตัวอดีตนายกฯทักษิณ ทั้ง ๆ ที่อดีตนายกฯทักษิณเป็นผู้สูงอายุ มีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัว ซึ่งมองว่าหลักเกณฑ์เหล่านี้คณะกรรมการน่าจะนำมาพิจารณาผ่อนปรนได้' พร้อมกันนี้ อดีตนายกฯทักษิณยังได้บอกอีกว่า 'อดีตนายกฯทักษิณไม่ใช่คนที่มีพฤติการณ์หลบหนี ถ้าจะหลบหนีจริง ก็คงไม่มาให้รับโทษแบบนี้' จึงไม่ควรที่จะนำมาตรการกำไล EM มาใช้กับอดีตนายกฯทักษิณ 

ทนายวิญญัติได้กล่าวต่อว่า ประเด็นกำไล EM คือสิ่งที่อดีตนายกฯทักษิณงงอย่างมาก แต่อดีตนายกฯทักษิณก็ยอมรับในกระบวนการดังกล่าวตามมติของคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ทนายวิญญัติได้ตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่า 'ทักษิณ' เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงในหลายเรื่อง มีนโยบายที่สำเร็จมาแล้วหลายประการอย่างที่ทุกคนรับทราบดี ถือว่าเป็นคุณงามความดีของอดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งตนมองว่า ถ้าเพื่อความเสมอภาคเหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่น ก็ยินดี แต่ประเด็นกำไล EM นั้นมีข้อเสียคือ ความเสมอภาคดังกล่าวเกินความจำเป็นหรือไม่ที่จะใช้มาตรการนี้ หากคำนึงถึงเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมองเรื่องความเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้ เพียงแค่มองเรื่องของอายุที่มากและความดีมีคุณูปการต่อบ้านเมือง ก็ตั้งคำถามได้ว่า มาตรการกำไล EM นี้กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของอดีตนายกฯทักษิณหรือไม่?

ส่วนตัวก็ไม่เคยสอบถามการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาการพักโทษว่า มีเหตุผลใดในการใช้มาตรการติดกำไล EM เพราะทนายวิญญัติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุม แต่โดยหลักการแล้ว การติดกำไล EM เป็นมาตรการสำหรับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อให้ทางเลือกกับบุคคลที่ยากจนหรือผู้ที่ไม่มีเงินในการวางหลักทรัพย์ประกันตัว โดยใช้กำไล EM เป็นเครื่องพันธนาการ เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ควบคุมหรือกรมราชทัณฑ์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

หากมองในทางหลักการ ถ้าได้รับการปล่อยตัว ก็ต้องติดกำไล EM แต่มาตรการดังกล่าวก็มีข้อผ่อนปรน ทั้งเรื่องอายุที่มากกว่า 70 ปีขึ้นไปหรือไม่ มีโรคประจำตัวหรือพิการหรือไม่ เป็นอุปสรรคต่อการเข้ารักษาตัวเนื่องจากเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ เช่น คนเป็นโรคเบาหวาน แต่ประเด็นเรื่องของความเหมาะสม โดยเฉพาะในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี จะถูกนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ อันนี้ทนายวิญญัติไม่ทราบ 

ด้านความเชื่อมั่นที่จะใช้มาตรการดังกล่าวในการควบคุมไม่ให้อดีตนายกฯทักษิณหลบหนีหรือเป็นการควบคุมดูแลให้อยู่แค่ในพื้นที่ ทนายวิญญัติมองว่า อดีตนายกฯทักษิณมีภูมิลำเนาที่ชัดเจน คือที่บ้านจันทร์ส่องหล้า จึงมองว่าไม่น่าเป็นประเด็น ถ้าอดีตนายกฯทักษิณจะหลบหนีจริง ก็คงไม่กลับมารับโทษ อดีตนายกฯทักษิณอยู่ต่างประเทศมา 10 กว่าปี ก็คงอยากจะกลับบ้าน อย่างน้อยที่สุดตนในฐานะทนายความ ก็ดีใจที่อดีตนายกฯทักษิณได้รับการทำโทษ ทั้งตนและอดีตนายกฯทักษิณก็ยอมรับมาตรการนี้ จะติดก็ติด ไม่มีปัญหา เพียงแค่งงก็ตั้งข้อสังเกต

ส่วนการจะติดกำไล EM เมื่อไหร่นั้น ก็ต้องเป็นขั้นตอนของกรมคุมประพฤติที่ อดีตนายกฯทักษิณจะเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติหลังจากนี้ไปอีก 4 เดือนจนกว่าจะพ้นโทษ โดยอดีตนายกฯ ทักษิณต้องไปรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันปล่อยตัว หรือมีเวลาถึงวันที่ 14 พฤษภาคม หากนับวันแรกด้วยก็จะมีเวลาถึง 13 พฤษภาคม ซึ่งกระบวนการนี้ ทนายวิญญัติต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อมูล ขณะเดียวกันกรมคุมประพฤติต้องมาชี้แจงขั้นตอนกับอดีตนายกฯทักษิณเอง แต่ที่แน่ชัดคือ จะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมพื้นจนถึงวันพ้นโทษ คือวันที่ 9 กันยายน 2569 นี้

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มาตรการการติดกำไล EM มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองหรือไม่? ทนายวิญญัติกล่าวว่า ไม่มีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่เป็นข้อห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง เพราะสิทธิทางการเมืองคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน การที่อดีตนายกฯทักษิณ จะไปเป็นที่ปรึกษาหรือให้คำแนะนำทางการเมืองใด ๆ ก็เป็นสิทธิของอดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งทนายวิญญัติเชื่อว่าภายใน 4 เดือนหลังจากนี้ อดีตนายกฯทักษิณก็คงจะเก็บเนื้อเก็บตัว คงไม่อาจให้ความเห็นได้ว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ 

ทนายวิญญัติ กล่าวเสริมอีกว่า ตอนนี้ไม่มีความกังวลใด ๆ ในเรื่องของกระบวนการปล่อยตัว มีเพียงแต่ความตื่นเต้นของครอบครัวและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต่างนับวันรอถึงวันที่ อดีตนายกฯทักษิณได้รับการปล่อยตัว ส่วนหลังจากนี้ อดีตนายกฯทักษิณจะรับเป็นที่ปรึกษาทางการเมืองหรือไม่นั้น? ทนายวิญญัติมองว่า คำถามดังกล่าวต้องไปถามอดีตนายกฯทักษิณเอง ตนไม่สามารถตอบคำถามนี้แทนอดีตนายกฯทักษิณได้ เพราะมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่อดีตนายกฯทักษิณสามารถพิจารณาได้ด้วยตัวเอง แต่ยอมรับว่า อดีตนายกฯทักษิณเองมีประสบการณ์และความรู้ความสามารถ รวมทั้งมีบุคคลทั่วโลกให้การยอมรับ อาจจะมีคนที่เห็นประโยชน์ได้ อีกทั้งอดีตนายกฯทักษิณเองก็เป็นห่วงประชาชนและประเทศชาติอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอดีตนายกฯทักษิณก็คงยินดีให้คำปรึกษาได้