วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เสวนาในหัวข้อ “บทบาทของผู้นำกับการพัฒนาประชาธิปไตยและการปฏิรูปด้านการเมืองในยุคดิจิทัล” ภายในงานการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 (พนต. 2) สถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ตลอดจนผู้เข้ารับการศึกษาอบรม กลุ่มที่ 4 เข้าร่วม ณ ห้องอบรม 704 ชั้น 7 สถาบันวิทยาการพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ข้อมูลในยุคดิจิทัลมีความสำคัญเปรียบเสมือนแกนหลักในการดำเนินชีวิตและการขับเคลื่อนประเทศ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่การหาข้อมูล แต่คือการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายภาคส่วนและโดเมน (Domain) เพื่อให้ประเทศเดินหน้าภายใต้ภารกิจเดียวกัน (Mission-driven) โดยภาครัฐจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน เช่น ข้อมูลระดับ DNA หรือสภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายแบบเฉพาะเจาะจงและแม่นยำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า การวัดความเจริญของประเทศไม่ควรดูเพียงแค่ตัวเลข GDP หรือเศรษฐกิจระดับมหาภาคเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากการที่ประชาชนระดับฐานรากสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน กระทรวง อว. จึงมีนโยบายสนับสนุนทั้งงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier) และการนำเทคโนโลยีระดับสูงลงไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับชุมชน โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจนคือ รายได้ของคนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นเพื่อยกระดับปัญหาของท้องถิ่นให้ก้าวไปสู่วาระระดับโลก ในมิติของการผลักดันนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมทางการแพทย์ รัฐบาลกำลังเร่งอุดช่องโหว่และแก้ปัญหาคอขวดในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลักดันการทดสอบทางคลินิก การยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการหาแหล่งทุนสนับสนุน นอกจากนี้ ยังได้ปรับบทบาทของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIAให้มุ่งเน้นการสร้าง "Scale Up Nation" ผ่านกลไก Holding Company เพื่อช่วยต่อยอดสตาร์ทอัพไทยให้สามารถระดมทุนในระดับ Series A และเติบโตในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง
“แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและทุกคนต่างมุ่งไปที่นวัตกรรมปลายน้ำ แต่ประเทศไทยจะต้องไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญและลงทุนในงานวิจัยขั้นพื้นฐาน (Fundamental Research) เช่น วิทยาศาสตร์พื้นฐาน คณิตศาสตร์ และปรัชญาทางสังคม เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาเดิมในอนาคต” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว