ไม่พบผลการค้นหา
จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอินเดียพุ่งแซงหน้าจีนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดแล้ว ในขณะที่จุดเสี่ยงการระบาดของโรคกำลังย้ายมายังประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือเพียงพอในการควบคุมการแพร่เชื้อของไวรัส

เว็บไซต์ worldometers รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอินเดียล่าสุดอยู่ที่ 4,713 ราย ในขณะที่จีนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของโรคมีผู้เสียชีวิตรวม 4,634 ราย ทำให้ตอนนี้อินเดียเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดในเอเชีย

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 165,829 ราย โดยผู้ติดเชื้อราวๆ ร้อยละ 36 และร้อยละ 42 ของผู้เสียชีวิตอยู่ในรัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองศูนย์กลางทางการเงินอย่างนครมุมไบ 

ยอดผู้เสียชีวิตในอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยเฉพาะเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลยอมรับว่าการระบาดจะยังไม่ถึงจุดพีคจนกระทั่งเดือน มิ.ย.หรือ ก.ค. 

แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจะยังคงตามหลังสหรัฐฯ สเปน และอิตาลีอยู่มาก แต่ตัวเลขที่พุ่งขึ้นรวดเร็วของอินเดียก็เกิดขึ้นในขณะที่การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศร่ำรวยหลายประเทศค่อนข้างคงที่หรือลดลง ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาการระบาดของโควิด-19 ก็รุนแรงขึ้นในบราซิลที่ตอนนี้กลายเป็นประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยอยู่ที่ 438,812 ราย ส่วนเปรู เม็กซิโก และชิลี ก็กลายเป็นประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน  

ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เตือนถึงอันตรายของการระบาดของโควิด-19 ต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างเช่นอินเดีย ซึ่งมีความพร้อมในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสน้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่ร่ำรวย โดยการล็อกดาวน์ไม่สามารถทำได้นานในประเทศที่ยากจนซึ่งประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งค่าแรงรายวันเพื่อความอยู่รอด ส่วนการเว้นระยะห่างทางสังคมในพื้นที่ชุมชนแออัดก็เป็นไปไม่ได้ เช่นเดียวกับระบบสาธารณสุขที่มีทรัพยากรจำกัดอยู่แล้วแม้แต่ในช่วงเวลาที่ไม่ได้เกิดโรคระบาด 

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในอินเดียกำลังเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในเอเชีย ในขณะที่นายกรัฐมนตรี 'นเรนทรา โมดี' ถูกบีบให้ต้องเริ่มทยอยคลายมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และบรรเทาผลกระทบที่คาดว่าจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียหดตัวครั้งแรกในรอบ 40 ปี 

ทั้งนี้ อินเดียได้เริ่มการล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 25 มี.ค.และจะสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค.ซึ่งรายงานระบุว่าเป้าหมายส่วนหนึ่งของการล็อกดาวน์คือ เพื่อให้เวลาในการขยายระบบสาธารณสุขของประเทศในการรองรับผู้ป่วย รัฐบาลอินเดียได้ขยายการตรวจเพื่อหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่ด้วยประชากรทั่วประเทศมีมากกว่า 1,300 ล้านคน ทำให้ความพยายามดังกล่าวของรัฐยังคงครอบคลุมประชากรได้ค่อนข้างน้อย 

อ้างอิง The Straits Times / CNA