ไม่พบผลการค้นหา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐีจีนแห่ย้ายแหล่งธุรกรรมทางการเงินจากฮ่องกงไปสิงคโปร์ เนื่องจากปลอดภัยจากการตรวจสอบของทางการจีนมากกว่า และราคาอสังหาริมทรัพย์ก็ถูกกว่าฮ่องกงด้วย

บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและลงทุน แคปเจมิไน เอสอี (Capgemini SE) ประเมินว่า ที่ผ่านมาเศรษฐีจีนเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์แล้วกว่า 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องด้วยสิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลอดภัยจากการตรวจสอบภาษีของทางรัฐบาลจีนมากกว่าฮ่องกง โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงิน เนื่องจากฮ่องกงได้มีข้อตกลงเรื่องความโปร่งใสของการตรวจสอบภาษีเป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา โดยธนาคารทุกแห่งต้องแสดงรายงานทางภาษีและการเงินของบัญชีผู้ลงทุนให้แก่เจ้าหน้าที่สรรพากรของฮ่องกง เพื่อส่งข้อมูลทางการเงินและภาษีให้แก่เขตอำนาจศาล 75 แห่ง ซึ่งรวมถึงในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

แต่ขณะเดียวกัน สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีข้อตกลงคล้ายกันนี้ กลับมีการแสดงข้อมูลให้แก่ประเทศต่างๆ น้อยกว่าฮ่องกง กล่าวคือ สิงคโปร์มีสัญญากับประเทศอื่นๆ เพียงแค่ 61 ประเทศเท่านั้น หนึ่งในนั้นไม่รวมฮ่องกงและจีน ซึ่งหมายความว่าบัญชีทรัพย์สินและบัญชีผู้ลงทุนที่ลงทุนอยู่ในสิงคโปร์จะไม่ปรากฏแก่รัฐบาลจีน 

"เศรษฐีจีนหลายคนเชื่อว่าฮ่องกงยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนอยู่ดี และพวกเขาคิดว่าไม่มีความแตกต่างในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะที่ฮ่องกงหรือปักกิ่ง" เซีย ชุน หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิจัยของบริษัทโนอาห์ โฮลดิงส์ จำกัดผู้ให้บริการด้านการจัดการสินทรัพย์ของฮ่องกงกล่าว

อีวา ลอว์ ผู้ก่อตั้งสมาคมธนาคารเอกชนในฮ่องกง กล่าวว่า "ปัจจุบันธนาคารของจีนจำนวนมากในฮ่องกงกำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อให้เชื่อมโยงกับทางจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งข้อมูลการเงินของลูกค้าธนาคารจะถูกทางรัฐบาลจีนตรวจสอบถึงแหล่งเงินเข้าออกได้ แม้แต่ทรัพย์สินและการลงทุนของลูกค้าก็จะถูกตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย"

ในปีที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นของทางการจีนรายงานว่า เสี่ยว เจียนฮัว นักธุรกิจโรงแรมในฮ่องกงได้ถูกเจ้าหน้าที่จีนจับตัวไปและถูกทางการยึดทรัพย์สินทั้งหมด เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากการหายตัวไปของเจ้าของร้านหนังสือหลายรายในฮ่องกงที่จัดจำหน่ายหนังสือที่วิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัวไปยังจีนแผ่นดินใหญ่โดยเจ้าหน้าที่จีน

แม้ว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการลงทุนและเงินที่ไหลเข้าธนาคารในฮ่องกงจากเศรษฐีจีนนั้นจะลดลงเหลือ 53 เปอร์เซ็นต์ จาก 71 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้วฮ่องกงยังเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งที่เศรษฐีจีนนิยมนำเงินไปฝาก ตามมาด้วยสิงคโปร์ และนิวยอร์ก ขณะที่ในสิงคโปร์พบว่ามีการฝากเงินจากเศรษฐีจีนเพิ่มขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ใน 2 ปีที่ผ่านมา ตามการสำรวจของบริษัทเบนแอนด์โค 

ตามรายงานของบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ คุชแมนและเวคฟีลด์ กล่าวว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 เศรษฐีจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ยังมีราคาถูกกว่าในฮ่องกงหลายเท่า 

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่ใช้ภาษาจีนกลางเป็นหนึ่งในภาษาราชการ รวมไปถึงการมีระบบการบริการด้านสาธารณสุขที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และโรงเรียนในระดับนานาชาติหลายแห่งก็เป็นที่ดึงดูดเศรษฐีหลายคนเข้ามาลงทุนในสิงคโปร์

ทั้งนี้ รายงานของศูนย์วิจัย ดิอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (EIU) ระบุว่า สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่นักลงทุนจากจีนสนใจเข้าไปลงทุนแซงหน้่าสหรัฐฯ และฮ่องกงไปแล้ว รองลงมาคือมาเลเซียและออสเตรเลีย เนื่องจากสิงคโปร์และมาเลเซียเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางตามยุทธสาสตร์ 'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง' ของจีน และทั้งสองประเทศนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนสูง รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการลงทุนที่ต่ำ

ที่มา Bloomberg และ straitstimes