ไม่พบผลการค้นหา
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ย้ำไม่มีแก้สัญญา-ไม่ขยายเวลาเริ่มงาน ยัน ‘รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน’ ไม่เอื้อเอกชน

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลุกขึ้นตอบการอภิปรายของสุรเชษฐ์​ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลที่แล้ว แต่ก็ผลักดันต่อให้เกิดขึ้นภายใต้ EEC ถ้าแล้วเสร็จจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ทำให้นักธุรกิจต่างชาติลงทุนใน EEC และโดยรอบอย่างสะดวก ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยโดยรวม และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน 

โครงการนี้มี 2 ช่วง รวมระยะทางรวมทั้งสิ้น 220 กม. มีผู้ประกอบการเดินรถเพียงรายเดียว รถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 250 กม./ชม. จะเดินทางกรุงเทพฯ -EEC ไม่เกิน 1 ชม.ซึ่งจะเพิ่มจีดีพีอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว 

สุริยะกล่าวว่า สมาชิกได้อภิปราย 3 คำถาม คำถามแรก จะมีการเลื่อน NTP หรือหนังสือแจ้งให้เริ่มงานอีกหรือไม่ ขอเรียนว่าที่ผ่านมาคู่สัญญายกข้ออ้างเรื่องการขออนุมัติการออกใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพื่อเลื่อนการออก NTP ซึ่งตนได้ปรึกษาและแนะนำกับ BOI ว่าไม่ควรเลื่อนใบส่งเสริมฯ อีกต่อไป เพื่อไม่ให้เอกชนนำเป็นขออ้างออก NTP

รมว.คมนาคมกล่าวต่อว่า คำถามสอง คม.จะแก้ไขสัญญาหรือไม่ ขอเรียนว่า กระบวนการแก้ไขสัญญามีสามส่วน คือ สกพอ., รฟท. และเอกชนผู้รับสัมปทาน รับทราบจากผู้อภิปรายว่า รฟท.ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการ EEC ในรัฐบาลที่แล้ว ว่า ให้รฟท.ไปเจรจา กรณีเอกชนขอเปลี่ยนหลักการจาก “ก่อสร้างเสร็จแล้วค่อยจ่าย” เป็น “สร้างไปจ่ายไป” ขอยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมไม่มีนโยบายให้แก้สัญญาเพื่อเอื้อเอกชนอย่างแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นในการบริหารงานของกระทรวงคมนาคมว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ 

สุริยะตอบคำถามที่สาม กระทรวงคมนาคมจะมีการกำหนดมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงอย่างไรว่า กระทรวงคมนาคมมีการกำหนดมาตรฐานรถไฟความเร็วสูงเรียบร้อยแล้ว โดย รถไฟความเร็วสูงจะก่อสร้างตามมาตรฐานสากล รถไฟความเร็วสูงปัจจุบันใช้มาตรฐานเดียวกันและโครงสร้างพื้นฐานตัวรถร่วมกันได้เพื่อประหยัดงบประมาณและเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

สำหรับกรณีห่วงใยว่า กระทรวงคมนาคมจะมีนายใหญ่หรือนายทุนมาครอบงำเพื่อเอื้อประโยชน์เอกชนคู่สัญญา ขอชี้แจงว่า “กระทรวงคมนาคมไม่มีนายใหญ่ ไม่มีนายทุน มีแต่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี และนายสุรพงศ์ ปิยะโชติ เท่านั้น”